7 นวัตกรรมล้ำยุคของกล้องวงจรปิด

7 นวัตกรรมล้ำยุคของกล้องวงจรปิด

7 นวัตกรรมล้ำยุคของกล้องวงจรปิด

 

แม้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆล้วนพัฒนาอย่างรวดเร็วในทุกอุตสาหกรรม แต่ก็นับได้หลายสิบปีที่กล้องวงจรปิด (Closed Circuit TeleVision, CCTV) ยืนนิ่งกับการเป็นกล้อง Stand Alone แบบง่ายๆ ที่เพียงจับ/บันทึกภาพเฉพาะด้านหน้าที่ดวงตาใสๆของมันมองเห็น แต่เมื่อถึงวันนี้ รถไฟแห่งความก้าวหน้าก็มาถึงอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยในที่สุด (อาจเรียก ‘กล้องวงจรปิด’ ว่า ‘กล้องรักษาความปลอดภัย’, Security Camera ก็เป็นที่เข้าใจได้เช่นกัน)

 

เชิญทุกท่านตีตั๋วรถไฟขบวน CCTV เพื่อไปดูกันว่า ถึงวันนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องวงปิด ได้ก้าวไปถึงไหนกันบ้าง

 

  1. มุมมอง 360 องศา

กล้องวงจรปิดที่ใช้แพร่หลายกันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีมุมมองของเลนส์กว้างสุดราวร้อยกว่าองศา ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการเฝ้ามองได้หลายรูปแบบ หากต้องการสายตาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ก็ทำได้ด้วยการเพิ่มจำนวนกล้อง รวมถึงการวางตำแหน่งติดตั้งที่แตกต่างกัน ซึ่งดูแล้วก็เป็นทั้งความง่ายและยากในงานเดียวกัน ถึงนาทีนี้มีบริษัทด้านนวัตกรรม (Innovation) ทั้งในยุโรป อเมริกา แม้ในเอเชีย ต่างตั้งเป้าพัฒนามุมมองของเลนส์กล้องวงจรปิดให้กว้างถึง 180 องศา และยังสามารถพัฒนาถึง 360 องศาได้เช่นกัน ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการทำงานด้วยตัวมันเอง หรือทำงานร่วมกับซอร์ฟแวร์ใดๆ แต่นั่นล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้กล้อง CCTV หนึ่งตัว มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นหลายเท่าตัว

 

  1. การจดจำใบหน้า

อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่กล้องวงจรปิดสำหรับรักษาความปลอดภัย ถูกพัฒนาถึงขั้นสามารถจดจำรูปลักษณ์ใบหน้าของผู้ผ่านเข้ามาในสายตาของมัน แต่นั่นได้กลายเป็นความจริงไปแล้ว เทคโนโลยีกล้อง CCTV ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติการจดจำใบหน้า เริ่มเป็นที่นิยมในหลายรูปแบบ ทั้งการประยุกต์ใช้ในห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ธนาคาร ลานอเนกประสงค์ ฯลฯ ปัจจุบันระบบจดจำใบหน้ายังสามารถเจาะลึกลงไปถึงระดับครอบครัว อาทิ การแจ้งให้ผู้ควบคุมทราบโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอมอนิเตอร์ว่า สมาชิกในครอบครัวเข้าหรือออกบ้าน บุรุษไปรษณีย์คนเดิม? รวมถึงมีคนแปลกหน้าเฉียดเข้ามาในสายตากล้องฯหรือไม่

 

  1. สายตาดี แม้ไม่มีแสง

ยุคแรกๆของกล้องวงจรปิด อาจให้ความคมชัดของภาพที่บันทึกได้เฉพาะเวลากลางวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หากกลางคืนหรือแม้กลางวันที่ฟ้าหม่น/แสงสลัว กลับให้คุณภาพที่ย่ำแย่จนแทบไร้ประโยชน์ แต่ด้วยเทคโนโลยีอินฟราเรด ทำให้ IR Camera (Infrared Radiation Camera) ได้เข้ามาปรับแก้ข้อด้อยนี้ แม้ภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดแบบ IR ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นสุดแห่งการพัฒนา ด้วยการให้ภาพเพียงโทนสีเดียว แต่อีกไม่นานเกินรอ นวัตกรรมกล้อง CCTV ยังมีโอกาสให้ภาพคมชัดอย่างแทบไม่ต่างกันทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังสามารถพัฒนาให้ทนทานได้อย่างดีกับสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากในทุกวันนี้อีกด้วย

 

  1. การเชื่อมต่อไร้สาย

นั่นหมายรวมทั้งการเชื่อมต่อแบบล่องหนที่มาแทนสายเคเบิลนำสัญญาณต่างๆ อาทิ กล้องวงจรปิดแบบ IP Camera (Internet Protocol Camera) ที่แทบไม่ต้องอาศัยสายใดๆให้รกรุงรังกันอีกต่อไป และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆของผู้ดูแลที่อยู่ระยะไกลในแบบ Real Time อาทิ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพา โดยผ่านระบบ Cloud CCTV ซึ่งรูปแบบการเชื่อมต่อแบบไร้สายของระบบกล้องวงจรปิดเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แม้ในวันนี้ทั้ง IP Camera และ Cloud CCTV เป็นการลงทุนสูงกว่าเมื่อเทียบกับระบบมาตรฐาน แต่ด้วยประสิทธิภาพการทำงานและคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด ก็อาจทำให้ระบบที่ต้องใช้สายกลายเป็นเรื่องรองของการพิจารณามูลค่าการลงทุนในวันข้างหน้า

 

  1. พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยีการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ดูเหมือนยังมีราคาสูงแม้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศและสภาพอากาศในโลกทุกวันนี้ ย่อมเป็นที่มาของการใช้พลังงานจากธรรมชาติอย่างจริงจังในไม่ช้า ซึ่งไม่เว้นแม้ระบบกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญทาง Power Technology ได้พัฒนาระบบกล้อง CCTV ที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อใช้รักษาความปลอดภัยในที่ห่างไกลโดยใช้แบตเตอรี่พลังแสงอาทิตย์ สามารถทำงานได้หลายวันอย่างต่อเนื่อง และชาร์จใหม่ซ้ำไป/มาได้หลายพันครั้ง เป็นการใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดให้แพร่หลาย สยายปีกกว้างขวางสู่พื้นที่ห่างไกล ซึ่งกล้อง CCTV พลังงานแสงอาทิตย์ ยังสามารถนำมาใช้ในพื้นที่ปกติ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันอื่น ที่เริ่มเข้าสู่นวัตกรรมพลังงานจากธรรมชาติไปก่อนหน้าแล้ว

 

  1. การส่งเสียง/พูดคุย

กล้องวงจรปิดไม่เป็นเพียงวัตถุใบ้หรือไร้เสียงอีกต่อไป ตอนนี้พวกมันสามารถส่งเสียงได้ ทั้งเพื่อการป้องปราม ตอบโต้ รวมถึงพูดคุย นวัตกรรมการรักษาความปลอดภัยได้เข้าสู่เทคโนโลยีการสื่อสาร 2 ทาง เริ่มแรกของกล้องวงจรปิดเป็นเพียงการเสนอภาพที่บันทึกไว้ ตามต่อด้วยพัฒนาการส่งเสียงเพื่อป้องปราม หรือสร้างความตกใจปนงุนงงแก่ผู้ไม่หวังดี แต่นาทีนี้ กล้อง CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัย สามารถทำได้ถึงขั้นพูดคุยกันระหว่างต้นและปลายทาง อาทิ ครอบครัวคุยกัน ส่งเสียงทักทายและรอการตอบกลับจากเด็กน้อยหรือสัตว์เลี้ยง การส่งเสียงดังเพื่อขับไล่ผู้ไม่หวังดี รวมถึงการเจรจา/ต่อรองต่างๆ ก็อาจถูกประยุกต์ใช้งานผ่านกล้องวงจรปิดยุคใหม่ได้เช่นกัน

 

  1. การส่งเสียง/พูดคุย

อีกนวัตกรรมระบบกล้องวงจรปิดก็คือ การควบคุมหรือสั่งการด้วยเสียง ซึ่งเราอาจพบเห็นเทคโนโลยีคล้ายกันนี้บ้างแล้ว อาทิ การใช้เสียงสั่งกล้องสมาร์ทโฟนให้ลั่นชัตเตอร์ สำหรับการประยุกต์ใช้เสียงกับกล้องวงจรปิดนั้น ผู้ควบคุมกล้องอาจใช้เสียงในหลายรูปแบบ อย่างง่ายก็เช่น ส่งเสียงผ่านระบบเพื่อสื่อสารไปยังผู้เข้ามาในรัศมีการทำงานของกล้อง เป็นต้น แต่การควบคุมด้วยเสียงไม่ได้หมายความเพียงเท่านั้น ผู้ควบคุมยังสามารถใช้เสียงเพื่อสั่งให้กล้องตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งระบบทำงานใดๆ อาทิ การเปิด/ปิดระบบ สั่งกล้องหมุน สั่งเริ่มหรือหยุดบันทึกภาพ และหากเป็นระบบที่สูงกว่า อาจใช้เสียงต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวกล้องเพื่อสั่งการทำงานใดๆ ยิ่งถ้าเป็นระบบที่ก้าวล้ำ ผู้ควบคุมอาจสามารถสั่งการผ่านระบบกล้องวงจรปิดให้ทำงานข้ามระบบ อาทิ สั่งเปิด/ปิดประตูรั้ว ได้เลยทีเดียว

 

 

รถไฟ CCTV นี้ ไม่ใช่ขบวนสุดท้ายอย่างแน่นอน นวัตกรรมล้วนเกิดจากเทคโนโลยีที่พัฒนาไม่สิ้นสุด แต่มีเพียงไม่กี่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรวมหลากหลายเทคโนโลยีไว้ในนวัตกรรม ระบบกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย จัดเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สามารถรวมความก้าวหน้าหลายรูปแบบไว้ในตัวตนของมัน รอวันให้ผู้คนสรรหามาใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ บนความมั่นใจและคุ้มค่าการลงทุน

 

/////

เข้าสู่ระบบ