Cloud CCTV อีกเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด

Cloud CCTV อีกเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด

Cloud CCTV อีกเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด

 

Cloud (คลาวด์) หรือ เมฆ ซึ่งไม่ใช่ก้อนเมฆที่ลอยล่องฟ่องฟูทั่วท้องฟ้า คงได้ยินคำนี้กันอย่างคุ้นหูในปัจจุบัน, คลาวด์ในวงการคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรือต่างๆนานาในสายไอที หมายถึง ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ที่เน้นด้านฐานข้อมูลของระบบเครือข่าย อาทิ การนำเข้า ส่งออก จัดเก็บ ประมวลผล และอื่นๆเกี่ยวกับข้อมูล โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใดๆด้วยตนเอง แต่สามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการ Cloud Computing ได้ ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลสามารถทำได้จากทุกที่ ขอเพียงมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อใช้งาน

 

ความคล่องตัวของ Cloud System เป็นที่นิยม และแพร่หลายเข้าสู่ระบบอิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ระบบกล้องวงจรปิด หรือ Closed Circuit TeleVision, CCTV ที่ยุคแรกๆนิยมเก็บข้อมูลไว้ในฮาร์ดแวร์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ การ์ดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซึ่งมักอยู่ภายในหรือใกล้เคียงกับสถานที่ติดตั้งระบบกล้อง CCTV นั้นๆ และด้วยข้อจำกัดของขนาดฮาร์ดแวร์ที่เลือกใช้ ทำให้เกิดข้อจำกัดอื่นตามมาด้วย เช่น ความละเอียด ระยะเวลาเก็บข้อมูล เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกี่ยวพันถึงการถูกทำลายหรือสูญหายของข้อมูลอีกด้วย

 

ประโยชน์ของ Cloud CCTV เมื่อเทียบกับการบันทึกข้อมูลจากกล้องวงจรปิดไว้ที่ฮาร์ดแวร์ประจำที่ อาทิ

– ลดค่าใช้จ่ายการลงทุน

หากเปรียบเทียบการเก็บข้อมูลด้วยขนาดความจุที่เท่ากัน การเก็บไว้แบบเดิมๆด้วยเครื่องบันทึกภาพ (Digital Video Recorder, DVR) อาจต้องลงทุนด้วยตนเอง และเมื่อต้องการปรับเพิ่มขนาดก็ต้องลงทุนเพิ่มอีก ในขณะที่การเก็บภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดไว้กับ Cloud CCTV นอกจากเพียงชำระค่าบริการโดยไม่ต้องลงทุนระบบหลักๆเองแล้ว ยังสามารถปรับเพิ่ม/ลดขนาดพื้นที่เก็บข้อมูลตามความเหมาะสมได้อย่างไม่ยุ่งยาก หรือเป็นภาระค่าใช้จ่ายมากนัก

 

– Scalability

หรือความสามารถการขยายตัวของระบบปฏิบัติการ กระบวนการ หรือโมเดลธุรกิจต่างๆ ที่มักเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในหลายๆเรื่องราว ระบบกล้องวงจรปิดบนคลาวด์สามารถปรับเพิ่มขนาดความจุได้ โดยอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มบ้างตามสมควร แต่ไม่ต้องยุ่งยากกับการวางแผน การทดสอบ รวมถึงการลงทุน

 

– เข้าถึงได้จากระยะไกล

ระบบคลาวด์ใดๆล้วนเป็นการให้บริการระยะไกล (Remote Service) ไม่เว้นแม้ Cloud CCTV ขอเพียงหาช่องทางสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลบนก้อนเมฆได้ ในส่วนของระบบกล้องวงจรปิดแบบคลาวด์นั้น ทำให้ผู้ใช้งานหรือผู้ดูแลระบบ CCTV สามารถเรียกดูข้อมูลได้จากหลากหลายสถานที่ ผ่านทางอุปกรณ์ที่คุ้นเคย อาทิ SmartPhone, Desktop (PC), Laptop (Notebook) รวมถึง Tablet การเรียกดูเป็นได้ทั้งแบบ Real Time และดูข้อมูลต่างๆที่(ฝาก)บันทึกไว้ โดยไม่ต้องเข้าถึงสถานที่ติดตั้งระบบแต่อย่างใด

 

– ความปลอดภัยข้อมูล

การเก็บข้อมูลไว้ในวงของระบบ CCTV ด้วยรูปแบบเดิม หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือผิดปกติ ก็ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่หากสูญเสียข้อมูลแบบสุดวิสัย ถูกทำลายหรือโจรกรรม โดยผู้ไม่หวังดีที่มีความรู้หลักการเก็บข้อมูลของระบบกล้องวงจรปิด แล้วการลงทุนที่ผ่านมาจะมีประโยชน์ใด ในเมื่อไม่มีข้อมูลที่บันทึกไว้ให้ตรวจสอบ การฝากข้อมูลไว้กับ Cloud CCTV ที่มักอยู่ห่างไกลจากสถานที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งผู้ให้บริการมักมีการสำรองข้อมูลเป็นมาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่า ข้อมูลที่ส่งไปเก็บไว้นั้น จะอยู่ดีมีสุขทุกวัน รอการเรียกใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ

 

– เทคโนโลยีล่าสุด

หากเป็นผู้ให้บริการ Cloud CCTV แบบเต็มรูปแบบ มักไม่ได้ให้บริการเฉพาะการเก็บข้อมูล แต่ยังบริการด้านซอร์ฟแวร์หรือเทคโนโลยีต่างๆด้วย แน่นอนว่าเทคโนโลยีการเฝ้าระวังด้วยกล้องวงจรปิดยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงหรือเพิ่มคุณสมบัติใหม่อยู่เนืองๆ ความสามารถมากมายที่ก้าวหน้าล่าสุด อาทิ การจดจำใบหน้า ป้ายทะเบียนรถ การนับจำนวน ล้วนไม่มีให้ในระบบกล้องวงจรปิดรุ่นก่อนหน้า หากต้องการอาจต้องลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องไม่สะดวกสำหรับหลายคน การใช้บริการ Cloud CCTV ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดได้โดยไม่ยุ่งยากเกินไป

 

 

การบันทึกข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิดด้วยวิธีการเดิมๆ ก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมในบริบทที่ต่างกัน ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนฉับพลัน/ทันที แต่เทคโนโลยีมีให้ไว้ให้ศึกษาและก้าวตาม ดังนั้น Cloud CCTV จึงควรถูกวางไว้ในจุดที่อาจก้าวไปถึงได้ในไม่นานหรือไม่เกินเอื้อม

เข้าสู่ระบบ