สายแลนในลิฟท์ Lan For Elevator ( Lift )

สายแลนที่ใช้ในลิฟท์ แนะนำให้ใช้เป็นตัวนี้เลย US-9126LSZH คุณสมบัติที่จำเป็นคือ แกนในต้องเป็นสายอ่อน หรือสายฝอย นั้นเอง สายแลนในลิฟท์จะมีคุณสมบัติดังนี้ US-9126LSZH datasheet LAN_US-9126LSZH_V1.4_25-09-2022 ดูสินค้าได้ที่นี่  

แนะนำการเลือกใช้กล้องวงจรปิดสำหรับบ้านทั่วไป

สำหรับกล้องวงจรปิดที่แนะนำให้ใช้ติดตั้งภายในบริเวณบ้านมีอยู่หลัก ๆ 3 ตัว คือ Day Night, Star light และ IR Camera Day Night เป็นกล้องที่มีฟังก์ชั่นการทำงาน 2 ส่วน คือกลางวันและกลางคืน ในช่วงที่มีแสงสว่างมากอย่างตอนกลางวันกล้องจะสลับโหมดไปที่การจับภาพแบบปกติ จะได้ภาพสีมีความคมชัดสูงตามสเปคของเลนส์และชิป แต่ในเวลาที่มีแสงน้อยซึ่งเป็นช่วงกลางคืน กล้องก็จะเปลี่ยนโหมดไปใช้การบันทึกแบบภาพขาวดำ ซึ่งให้ความคมชัดที่ดีกว่าการบันทึกภาพสีในความมืด แม้ว่ากล้อง Day Night จะบันทึกภาพในช่วงกลางคืนได้แต่ก็ต้องอาศัยแสงสว่างมากในการทำงาน ซึ่งปกติแล้วบริเวณบ้านก็จะเปิดไฟทิ้งไว้เพื่อให้มีแสงสว่างรอบตัวบ้าน และ ยังมีแสงจันทร์ แสงจากบ้านหลังอื่นที่เล็ดลอดมา จึงไม่น่าเป็นปัญหากับเรื่องนี้ Star light เป็นกล้องวงจรปิดที่ถูกพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากกว่ากล้อง Day Night สามารถบันทึกภาพสีในเวลากลางคืนได้ดีมาก และยังไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระยะทางรายการโฟกัสของตัวกล้อง ทำให้จับภาพในบริเวณใกล ๆ ได้ แต่ยังต้องอาศัยแสงสว่างเล็กน้อยในการทำงานเหมือนกล้อง Day Night อยู่ดี IR Camera เป็นกล้องที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอินฟาเรดซึ่งมีข้อดีในเรื่องการบันทึกภาพได้ในจุดที่มีแสงน้อยจนถึงมืดสนิท ซึ่งตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบไม่เหมือนกับกล้อง Day Night และ Star light…

เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดอินฟราเรด

จุดประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดคือการบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานใช้รักษาความปลอดภัย และเพิ่มความสะดวกในการสอดส่อง ตรวจตรา เหตุการณ์ผิดปกติในในพื้นที่กว้างได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องเดินตรวจหรืออยู่ประจำบริเวณนั้นตลอดเวลา แต่ปัญหาคือกล้องไม่สามารถจับภาพได้ในตอนกลางคืนเพราะมีแสงสว่างไม่เพียงพอ จึงมีการประยุกต์ใช้รังสีอินฟราเรดเข้ามาช่วยในการบันทึกภาพ อินฟราเรดเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง มีพลังงานต่ำ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต คลื่นอินฟราเรดนั้นมีอยู่ในธรรมชาติแต่มนุษย์มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า อยู่ระหว่าโซนง microwave และ visible light แต่ก่อนเทคโนโลยีนี้ถูกคิดค้นเพื่อใช้ในทางทหาร อาศัยหลักการอ่านค่าสเปกตรัมความร้อนที่แผ่ออกมาซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของวัตถุทุกชนิด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่มีอุณหภูมิในตัว ยุคแรกของเทคโนโลยีอินฟราเรดจะบันทึกได้เพียงคลื่นสเปกตรัมที่บอกอุณหภูมิของวัตถุเท่านั้น แม้จะดูการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นลักษณะพื้นผิวของวัตถุ หรือพูดง่าย ๆ คือมองเห็นการเคลื่อนไวแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ในปัจจุบันนี้อินฟราเรดถูกประยุกต์ใช้กันอย่างกว้างขวางตั้งแต่สมาร์ทโฟรไปจนถึงดาวเทียม สำหรับกล้องวงจรปิดอินฟราเรด จะใช้การอ่านค่าความร้อนที่ส่งไปตกกระทบพื้นผิววัตถุแล้วนำไปประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์จนได้ภาพขาวดำที่มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในจุดที่มืดสนิดจนไม่มีแสง จึงใช้สังเกตการณ์และบันทึกไว้เป็นหลักฐานได้ กล้องชนิดนี้มีข้อจำกัดในการใช้งานเรื่องระยะการจับภาพ ที่วัตถุจะต้องอยู่ในจุดที่พอเหมาะ หากวัตถุอยู่ใกล้หรือไกลมากเกินไปจนคลื่นอินฟราเรดส่งไปไม่ถึง จะทำให้ภาพที่ได้ผิดเพี้ยนอาจจะมืดหรือสว่างมากจนมองไม่ แล้วยังมีข้อเสียในเรื่องของความร้อนสะสมที่ที่เกิดจากการใช้พลังงานสูงในการปล่อยคลื่นอินฟราเรด ถึงแม้บางตัวจะมีส่วนเสริมที่ใช้ระบายความร้อนแต่ก็มีราคาแพง ถ้ามีราคาถูกจะถูกจะออกแบบให้อากาศไหลเวียนง่ายแต่จะใช้ติดตั้งภายในอาคารเท่านั้น ไม่เหมาะสมกับในจุดที่มีความชื้นสูง หรือโดนฝน ในปัจจุบันนี้การถ่ายภาพในจุดที่มีแสงน้อยนอกจากกล้องวงจรปิดอินฟาเรด ก็มีกล้อง Star light ที่ทำงานได้โดยอาศัยเลนส์รวบรวมแสงที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุดจนจับภาพในตอนกลางคืนได้ และไม่มีปัญหาเรื่องระยะทางการส่งคลื่นอินฟราเรดที่ส่งไปกระทบวัตถุ ซึ่งภาพที่ได้ยังเป็นภาพสี กล้อง Star light ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดจึงมีความร้อนต่ำ และด้วยเหตุนี้จึงทำงานในจุดที่มืดสนิทไม่ได้ ในการใช้งานจริงต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมว่าเป็นยังไง ถ้าอยู่ในตัวเมืองการใช้กล้อง Star…

เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ IP Camera

โดยพื้นฐานนั้น IP Camera (Internet Protocol Camera) จะมีคุณสมบัติในการใช้งานเหมือนกับกล้องวงจรปิดทุกอย่าง ซึ่งรับและส่งข้อมูลผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แล้วบันข้อมูลไว้ภายในเครือข่ายเท่านั้น จะไม่สามารถเข้าถึงจากภายนอก แต่สำหรับ IP Camera จะทำงานร่วมกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้เข้าถึงได้จากภายนอก มีความสะดวกในการใช้งานมากกว่า ผู้ใช้งานสามารถ รับชมภาพสดที่กำลังบันทึกอยู่ ไปจนถึง การจัดการตั้งค่า ตรวจสอบข้อมูล ผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา IP Camera แบ่งการทำงานออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบรวมศูนย์ และ กระจายศูนย์ IP Camera แบบรวมศูนย์ คือระบบกล้องวงจรปิดธรรมดาที่บันทึกข้อมูลลงในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แล้วจะให้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ควบคุมจากระยะไกล เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อเข้ามาจัดการข้อมูลผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ IP Camera แบบกระจายศูนย์ จะเป็นกล้องระบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ กระบวนการทำงานตั้งแต่การจับภาพจนถึงการประมวลผลสัญญาณให้เป็นวิดีโอจะอยู่ในตัวกล้องทั้งหมด เมื่อประมวลผลเสร็จแล้วกล้องก็จะอัปโหลดภาพวงจรปิดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ IP Camera ทั้งสองชนิดนี้มีข้อดีและข้อเสียต่างกันต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม ถ้าหน้างานเป็นสเกลใหญ่ควรจะใช้ IP Camera แบบรวมศูนย์จะให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในด้านการการส่งข้อมูลภายในเครือข่าย และ IP…

อุปกรณ์พื้นฐานของกล้องวงจรปิด

1.กล้องรับภาพ(Camera) กล้องรับภาพ ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแสงที่รับได้ผ่านเลนส์ไปเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ทำงานได้ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยอาศัยเซนเซอร์รูปภาพ (image sensor) เคส เคส กล่องหุ้มกล้อง หรือชุดหุ้มกล้อง (HOUSING) เป็นอุปกรณ์เสริมความแข็งแรงให้กับกล้องวงจรปิด ช่วยปกป้องตัวกล้องรับภาพไม่ให้พบกับความชื้นและความร้อนโดยตรง เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีกล้องบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งไว้ภายในเคสเพราะถูกออกแบบมาให้เป็นกล้องภายนอกอาคารอยู่แล้ว ขาตั้งกล้อง(Bracket) ขาตั้งกล้อง ตัวยึดกล้อง ทำหน้าที่รองรับเคสและตัวกล้องให้มีความมั่นคง สามารถติดอยู่กับตำแหน่งที่กำหนดไว้ได้ บางกรณีก็มีการใช้ขาตั้งกล้องรวมกับ หัวก้ม(PAN) และ ส่าย(TILT) เพื่อใช้ปรับองศาในการจับภาพของกล้อง อุปกรณ์สลับช่องสัญญาณ(Switcher) อุปกรณ์สลับช่องสัญญาณ มีหน้าที่จัดการ การส่งข้อมูลระหว่างจุดรับภาพและจุดประมวลผลในกรณีที่มีกล้องหลายตัว แต่มีตัวประมวลผลหรือเครื่องบันทึกเพียงตัวเดียว ดังนั้นต้องให้ Switcher คอยสลับช่องสัญญาณเพื่อให้การส่งสัญญาณทั้งหมดทำงานได้พร้อมกันแบบไม่รบกวนกัน เครื่องแบ่งสัญญาณภาพ เครื่องแปลงสัญญาณ จะทำหน้าที่ในการประมวลผลสัญญาณที่ได้จากตัวกล้องแบบพร้อมกัน ที่นิยมใช้กันมี เครื่องแบ่งสัญญาณภาพ 4ช่อง (Quad) และ เครื่องแบ่งสัญญาณภาพแบบหลายช่อง (Multiplexer) ถ้าใช้งานกล้องหลายตัวโดยไม่มีเครื่องแบ่งสัญญาณจะทำให้การรับและส่งข้อมูลต่าง ๆ ดีเลย์ ไม่สามารถรับชมภาพสดของกล้องหลายตัวแบบพร้อมกันได้ เครื่องบันทึก เครื่องบันทึก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประมวลผลข้อมูล แล้วบันทึกเก็บไว้ ในอดีตนั้นการบันทึกใช้ระบบอนาล็อกซึ่งเป็นเทปหรือแผ่น CD แต่ปัจจุบันนี้ถูกแทนที่ด้วยระบบดิจิตอลทั้งหมดซึ่งแบ่งเป็น 2…

ส่วนประกอบของกล้องวงจรปิด ตอน เลนส์

เลนส์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของกล้องวงจรปิด ทำหน้าที่รับแสงแล้วสะท้อนไปยังมุมตกกระทบที่กำหนดไว้ เพื่อให้เซ็นเซอร์รับภาพประมวลผลสัญญาณแสงดังกล่าวให้เป็นสัญญาณดิจิตอลที่ทำงานได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การเลือกใช้ เลนส์ มักจะถูกมองข้ามเพราต้องใช้เวลามากในการศึกษาถึงหลักการทำงานเชิงลึก ต้องใช้ความรู้ทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ในการทำความเข้าใจ ทำให้บางคนมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานมากเกินไป เลนส์ ที่นิยมใช้กับกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนั้นมีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน คือ NO IRIS, AUTO IRIS, MANUAL IRIS และ ZOOM ซึ่งแต่ละชนิดก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรจะเลือกใช้ให้เหมาะสมเพื่อให้อุปกรณ์แสดงประสิทธิภาพได้สูงสุด เลนส์ NO IRIS ประดิษฐ์ขึ้นในยุคเริ่มแรก มีความสามารถในการปรับความคมชัดของภาพได้เพียงอย่างเดียว มีจุดเด่นในเรื่องของราคาถูก เพราะเป็นเทคโนโลยีเก่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณน้อย เลนส์ AUTO IRIS และ MANUAL IRIS ถูกพัฒนาต่อจากเลนส์ NO IRIS อาศัยการควบคุมร่วมกับระบบสมองกลฝั่งตัว มีความสามารถในการปรับความคมชัดของภาพและยังปรับการรับแสงได้ดี เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ ที่แสงมีการเปลี่ยนแปลง ในการใช้งานทั่วไปแนะนำให้ใช้เป็น AUTO IRIS ไปเลยจะดีที่สุด เพราะสามารถปรับความคมชัดและแสงสว่างได้อัตโนมัติ แต่การใช้งานบางประเภทที่มีความเฉพาะ เช่นโกดัง เก็บของ ห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องแลปทดลอง…

ส่วนประกอบของกล้องวงจรปิด ตอน เซนเซอร์รับภาพ

เซนเซอร์รับภาพ(image sensor) ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 2 ของกล้องวงจรปิดรองจาก เลนส์ เป็นหัวใจหลักในการทำงานของในการรับภาพ ทำหน้าที่แปลงสัญญาณแสงที่ได้จากการตกกระทบผ่านเลนส์ไปเป็นข้อมูลดิจิตอลที่ใช้งานได้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพจะพัฒนาไปมาก แต่ยังอาศัยเทคโนโลยีเซนเซอร์รับภาพเป็นพื้นฐาน เพียงแต่สิ่งที่ถูกพัฒนาไปจะเป็นออปชันเสริม เช่น การแยกสี การเพิ่มจำนวนพิกเซล การใช้อินฟราเรดถ่ายภาพในที่มืด เซ็นเซอร์รับภาพแบ่งตามการออกแบบได้เป็น 2 ประเภทคือ CMOSและ CCD CMOS (Complementary metal oxide semiconductor) เป็นเทคโนโลยีเซนเซอร์รับภาพตัวแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นมา ใช้หลักการ การถ่ายเทประจุเมื่อโดนกระตุ้นจากแสง แล้วแปลงสัญญาณเหล่านั้นให้เป็นสัญญาณดิจิตอลเพื่อนำไปประมวลผล ตามการออกแบบของ CMOS จะแปลงสัญญาณอนาล็อกของแสงในธรรมชาติที่ได้รับไปเป็นดิจิตอลทันที จึงทำให้สัญญาณโดยรวมนั้นไม่มีความสมูท เกิดเป็นสัญญาณรบกวนมาก มีความต่างระหว่างพิเซลมาก CMOS จะทำงานได้ดีในที่ ที่มีแสงน้อย มีจุดเด่นในเรื่องความคมชัดสูง และยังมีราคาถูก แต่ต้องแลกกับความสามารถในการวิเคราะห์แยกสีที่ต่ำ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานประเภทภาพขาวดำ CCD (Charge Coupled Device) เป็นเซ็นเซอร์รับภาพที่พัฒนาต่อมาจาก CMOS ยังใช้หลักการเดิมในเนื่องถ่ายเทประจุเมื่อโดนกระตุ้นจากแสงแต่ CCD จะไม่แปลงสัญญาณแสงเป็นสัญญาณดิจิตอลทันที ในจุดนี้ทำให้ CCD ได้เปรียบเพราะว่าจะนำสัญญาณที่เป็นอนาล็อกไปวิเคราะห์ด้วย Software…

ปัญหาเรื่องแสงกับกล้องวงจรปิด

ความสว่างเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อภาพที่กล้องวงจรปิดจับได้ แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการบันทึกภาพจะพัฒนาแล้วมีฟังก์ชันเสริมอย่าง Auto Electronic Shutter (AES) ที่ควบคุมการทำงานของ Electronic Shutter ผ่านซอฟต์แวร์ในตัวคอนโทรลเลอร์ให้ปรับแสงแบบอัตโนมัติจนได้ภาพที่มีความสว่างเหมาพอดี ฟังก์ชันนี้ถือเป็นพื้นฐานของกล้องสีที่มีขายตามตลาดในปัจจุบัน ปกตินั้นกล้องวงจรปิดทำงานได้ในช่วงความสว่างที่ 5lux ถึง 2000lux นอกเหนือจากนี้จะเป็นกล้องที่มีวัตถุประสงค์พิเศษเฉพาะ อย่างกล้องที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยสูงจะอาศัยแสงสว่าง 0.1 lux เป็นอย่างต่ำในการทำงาน และยังมีกล้องที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยชนิดพิเศษซึ่งสามารถจับภาพในบริเวณที่มีแสงน้อยมากจนถือว่ามืดสนิท ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย กล้องชนิดนี้ต้องการความสว่างเพียง 0.0001 lux เท่านั้น นอกจากปัญหาแสงน้อยก็ยังมีปัญหาแสงมากเกินไป ซึ่งแก้ไขได้ด้วยฟังก์ชั่น Back light compensation(BLC) ที่มากับฟังก์ชัน Auto gain control (AGC) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปรับลดแสงที่ตัวกล้องได้รับมากจนเกินไปจนทำให้ภาพที่ออกมามืด มองไม่เห็น ที่หลายคนเรียกว่าภาพย้อนแสง ทั้ง 2 ฟังก์ชันจะแบ่งกันทำงานกันออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนของ BLC ที่คอยลดแสงที่ได้รับให้มีค่าน้อยที่สุดเพื่อให้มองเห็นภาพวัตถุที่อยู่บริเวณหน้ากล้อง แต่ฟังก์ชันนี้ก็ยังมีข้อเสียในการลดแสงได้เพียงบริเวณหน้ากล้องเท่านั้น แล้วแสงจะถูกกระจายไปอยู่บริเวณขอบภาพทั้งหมด จึงต้องอาศัยฟังก์ชัน AGC ที่จะเข้ามาช่วยทำงานในการเฉลี่ยความสว่างของแสงให้มีความเท่ากันตลอดทั่วทั้งภาพจนกลายเป็นภาพที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เกี่ยวกับปัญหาการรับแสงมากเกินของตัวกล้อง แม้จะมีออปชันเสริมที่มีประสิทธิภาพแต่ก็สิ่งเหล่านี้ก็ยังมีลิมิตระดับหนึ่ง จึงต้องช่วยลดการทำงานของตัวกล้องให้ได้มากที่สุด…

ชนิดของกล้องวงจรปิด แบ่ง ตามลักษณะตัวกล้อง

1.กล้องมาตรฐาน กล้องมาตรฐาน, กล้อง Box หรือกล้องกระบอก เป็นกล้องวงจรปิดที่มีขนาดใหญ่เทอะทะกว่าชนิดอื่น ทำให้สังเกตเห็นได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้กับงานเฉพาะทาง ผู้ติดตั้งสามารถเปลี่ยน เลนส์ ชิปประมวลผลภาพ ระยะห่างเลนส์ จุดโฟกัส ซึ่งมีอิสระในการเลือกใช้ให้เข้ากับงานที่ต้องการ เวลาติดตั้งต้องใส่ไว้กับตัวยึดที่มั่นคง เช่น ขาตั้งกล้อง ถ้าเป็นการติดตั้งภายนอกอาคารก็ต้องใส่ไว้ในเคสที่กันความชื้นและความร้อนได้  เพราะพื้นฐานแล้วเป็นกล้องประกอบจึงมีโอกาสเสียหายจากความชื้น และกล้องกระบอกยังทำให้บางคนรู้สึกอึดอัดจากการรู้ว่าถูกจับภาพตลอดเวลาอีกด้วย กล้องโดม(Dome) กล้องโดม เดิมทีนั้นเป็นกล้องที่เหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ภายในอาคารอย่างเดียว ถูกออกแบบมาให้ลดความอึดอัด ไม่ให้รู้สึกเหมือนโดนจับภาพ เมื่อมองแบบผิวเผินจากภายนอกอาจจะไม่รู้ว่าเป็นกล้อง เพราะจะเห็นเป็นอุปกรณ์ลักษณะครึ่งวงกลมสีทึบ มองไม่เห็นอุปกรณ์ภายใน โดยส่วนที่มองเห็นเป็นเพียงตัวป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการพยายามทำลายกล้อง แต่ตัวกล้องที่ทำหน้าที่จับภาพจะมีขนาดเล็ก ถูกติดตั้งไว้ภายใน กล้องโดมสามารถปรับมุมมองได้ในตอนติดตั้งเท่านั้น เพราะไม่มีระบบควบคุมเหมือนกล้องสปีดโดม ในปัจจุบันก็ได้รับความนิยมสูง ถูกนำไปใช้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร เช่น สวนสาธารณะ, สนามกีฬา, ทางเดิน, สำนักงาน เป็นต้น กล้องสปีดโดม(Speed Dome) กล้องสปีดโดม ช่างบางคนก็เรียกว่ากล้อง Pan Tilt Zoom(PTZ) มีฟังก์ชันพื้นฐานคล้ายกับกล้องโดมทั้งหมด เป็นรุ่นพัฒนาให้ปรับมุมมองและการซูมได้ผ่านตัวควบคุมโดยไม่จำเป็นต้องยุ่งกับตัวกล้องแม้แต่น้อย กล้องชนิดนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการปรับมุมมองที่หมุนได้ถึง 360 องศา มีมุมก้ม มุมเงย…

ความทนทานของกล้องวงจรปิดนอกอาคาร

การเลือกใช้กล้องวงจรปิดนอกอาคาร(Outdoor CCTV Camera) ถ้าได้ความคมชัดที่ต้องการแล้วต้องดูเรื่องความทนทานต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ไม่เหมาะสมกับการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามมาตรฐานสากลของกล้องวงจรปิดจะต้องมีข้อมูลบอกถึงระดับการป้องกันฝุ่น กับ ของเหลว เช่น ฝน และ น้ำ สังเกตได้จากเครื่องหมาย “IPXY” (International Protection Marking) โดย X และ Y จะเป็นค่าที่บอกถึงระดับที่ทำงานได้ภายใต้สภาพแวดล้อมนั้น ค่า x หมายถึงความทนทานต่อ ฝุ่น และอนุภาคในอากาศ ที่สามารถสร้างความเสียหายให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน เช่น การอุปสรรคในการระบายความร้อนเป็นต้นเหตุของการลัดวงจรของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยจะบอกค่า X เป็นตัวเลข มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 6 ยิ่งตัวเลขมีค่ามาก ระดับการป้องกันก็จะดีมากขึ้น 0 ไม่สามารถป้องกันฝุ่นได้เลย 1 กันฝุ่นขนาดใหญ่ 50 มม. ขึ้นไป 2 กันฝุ่นขนาด 12 มม. ขึ้นไป 3 กันฝุ่นขนาด 2.5 มม. ขึ้นไป…