Skip to main content
ความรู้กล้องวงจรปิด

CCTV คืออะไร? ทำความรู้จักกล้องวงจรปิดฉบับมือใหม่ 2026


CCTV คืออะไร? ทำความรู้จักกล้องวงจรปิดฉบับมือใหม่ 2026

อธิบายง่ายๆ ว่า CCTV คืออะไร ทำงานยังไง มีกี่ประเภท พร้อมแนะนำอุปกรณ์ ความละเอียด และราคาติดตั้งสำหรับมือใหม่

สรุปสั้นๆ: CCTV คืออะไร? CCTV ย่อมาจาก Closed-Circuit Television หรือ “โทรทัศน์วงจรปิด” คือระบบกล้องที่ใช้เฝ้าระวังความปลอดภัย บันทึกเหตุการณ์ และดูผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันกล้องวงจรปิดมีให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ Analog, IP Camera ไปจนถึง WiFi Camera แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่มือใหม่ต้องรู้เกี่ยวกับ CCTV อย่างละเอียด

CCTV ย่อมาจากอะไร? ความหมายของกล้องวงจรปิด

หลายคนเห็นกล้องติดตามอาคาร ห้างสรรพสินค้า หรือหน้าบ้านเพื่อนบ้าน แต่อาจยังสงสัยว่า CCTV คืออะไรกันแน่? มาทำความเข้าใจกันตั้งแต่พื้นฐานเลยครับ

CCTV ย่อมาจาก Closed-Circuit Television แปลเป็นไทยว่า “โทรทัศน์วงจรปิด” ความหมายก็คือ ระบบกล้องที่ส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังจอมอนิเตอร์หรือเครื่องบันทึกเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้แพร่สัญญาณออกสู่สาธารณะเหมือนทีวีทั่วไป

คำว่า “วงจรปิด” (Closed-Circuit) หมายความว่า สัญญาณภาพจะถูกส่งเฉพาะภายในระบบเท่านั้น มีเฉพาะคนที่ได้รับอนุญาตถึงจะดูได้ ต่างจาก “วงจรเปิด” (Open-Circuit) อย่างทีวีที่ใครก็รับสัญญาณดูได้

ที่เราเรียกว่า “กล้องวงจรปิด” ก็เพราะเหตุนี้ — มันเป็นระบบปิดที่ส่งภาพเฉพาะไปยังเครื่องบันทึกและจอมอนิเตอร์ที่กำหนดไว้ ซึ่งทุกวันนี้ CCTV พัฒนาไปมาก สามารถดูภาพผ่านมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ได้จากทุกที่ทั่วโลก แต่ยังคงเป็น “วงจรปิด” เพราะต้องมีรหัสผ่านและสิทธิ์เข้าถึง

ทำไมถึงเรียกว่ากล้องวงจรปิด?

มาดูความแตกต่างระหว่างวงจรปิดกับวงจรเปิดให้ชัดเจน:

  • วงจรปิด (Closed-Circuit): สัญญาณส่งเฉพาะภายในระบบ → เจ้าของ/ผู้ดูแลเท่านั้นที่ดูได้ → เช่น กล้องวงจรปิดหน้าบ้าน, กล้องในร้านค้า
  • วงจรเปิด (Open-Circuit): สัญญาณส่งแบบสาธารณะ → ใครก็รับดูได้ → เช่น สัญญาณทีวีดิจิทัล

ปัจจุบันเมื่อพูดถึง CCTV คืออะไร ก็หมายถึงระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมด ทั้งแบบ Analog ดั้งเดิม, IP Camera สมัยใหม่ และกล้อง WiFi ไร้สาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นระบบวงจรปิดเหมือนกัน

CCTV ทำงานยังไง? หลักการทำงานของระบบกล้องวงจรปิด

เมื่อรู้แล้วว่า CCTV คืออะไร มาดูกันว่าระบบกล้องวงจรปิดทำงานยังไง ขั้นตอนไม่ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ

ขั้นตอนการทำงานของ CCTV

ระบบ CCTV ทำงาน 4 ขั้นตอนหลักๆ:

ขั้นตอนที่ 1: กล้องจับภาพ — ตัวกล้อง CCTV จะจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง เลนส์ของกล้องรับแสงเข้ามาแล้วแปลงเป็นสัญญาณภาพ กล้องบางรุ่นจับภาพได้แม้ในที่มืดสนิท ด้วยระบบ Infrared (อินฟราเรด) หรือ ColorVu ที่ให้ภาพสีสดแม้กลางคืน

ขั้นตอนที่ 2: ส่งสัญญาณ — สัญญาณภาพจะถูกส่งจากกล้องไปยังเครื่องบันทึก โดยส่งผ่านสายสัญญาณ ซึ่งมี 2 แบบ คือ สาย Coaxial (สำหรับกล้อง Analog) หรือ สาย LAN (สำหรับ IP Camera) ส่วนกล้อง WiFi จะส่งสัญญาณผ่านคลื่นไร้สาย

ขั้นตอนที่ 3: บันทึกและจัดเก็บ — เครื่องบันทึก DVR (Digital Video Recorder) หรือ NVR (Network Video Recorder) จะรับสัญญาณจากกล้องทุกตัว แล้วบันทึกลง HDD (ฮาร์ดดิสก์) ที่ติดตั้งไว้ภายใน สามารถบันทึกได้ตั้งแต่ 7 วันไปจนถึง 30 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาด HDD และจำนวนกล้อง

ขั้นตอนที่ 4: แสดงผลและดูย้อนหลัง — ภาพจากกล้องทุกตัวจะแสดงบนจอมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ ดูได้พร้อมกันหลายจอ และสามารถดูย้อนหลังได้จากเครื่องบันทึก นอกจากนี้ ระบบสมัยใหม่ยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้ ดูภาพจากกล้องผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

สรุปการทำงานของ CCTV แบบง่ายๆ

กล้อง → สายสัญญาณ (หรือ WiFi) → เครื่องบันทึก (DVR/NVR) → จอมอนิเตอร์ + แอปมือถือ

นี่คือหลักการพื้นฐานที่ทุกระบบ CCTV ใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบเล็กๆ 2 ตัวสำหรับบ้าน หรือระบบใหญ่ 100+ ตัวสำหรับโรงงาน ก็ทำงานในหลักเดียวกัน

ประเภทกล้อง CCTV: Analog vs IP Camera vs WiFi Camera

เมื่อเข้าใจแล้วว่า CCTV คืออะไรและทำงานยังไง คำถามต่อไปที่มือใหม่มักถามคือ “กล้องวงจรปิดมีกี่ประเภท?” คำตอบคือมี 3 ประเภทหลักๆ ครับ แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน

1. กล้อง Analog (อนาล็อก)

กล้อง Analog คือกล้องวงจรปิดแบบดั้งเดิม ส่งสัญญาณภาพผ่าน สาย Coaxial ไปยังเครื่องบันทึกแบบ DVR ข้อดีคือราคาถูก ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการความละเอียดสูงมาก ปัจจุบันกล้อง Analog พัฒนาเป็น HD Analog ให้ความละเอียดสูงถึง 5MP (2560×1944) ด้วยเทคโนโลยี HDTVI, HDCVI หรือ AHD

2. กล้อง IP Camera (ไอพีแคมเมรา)

IP Camera คือกล้องวงจรปิดที่ส่งสัญญาณผ่านระบบเครือข่าย (Network) ผ่าน สาย LAN ไปยังเครื่องบันทึกแบบ NVR เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ให้ความละเอียดสูงกว่า Analog (สูงสุด 8MP/4K) รองรับฟีเจอร์อัจฉริยะ เช่น ตรวจจับคน จำใบหน้า แจ้งเตือนผ่านมือถือ IP Camera จ่ายไฟผ่านสาย LAN ได้เลย (PoE) ทำให้ไม่ต้องเดินสายไฟแยก

3. กล้อง WiFi Camera (กล้องไร้สาย)

กล้อง WiFi คือกล้อง IP Camera ที่ส่งสัญญาณผ่านคลื่น WiFi แทนสาย LAN ข้อดีคือไม่ต้องเดินสาย ติดตั้งง่าย ย้ายตำแหน่งสะดวก เหมาะสำหรับบ้านที่ไม่สะดวกเดินสาย แต่ข้อจำกัดคือ สัญญาณ WiFi อาจไม่เสถียร 100% และระยะส่งสัญญาณจำกัด ต้องอยู่ในระยะที่เราเตอร์ส่งถึง

ตาราง CCTV คืออะไร: เปรียบเทียบ 3 ประเภทกล้อง

คุณสมบัติAnalog (HD)IP CameraWiFi Camera
สายสัญญาณCoaxial (RG6)LAN (CAT5e/CAT6)ไม่ต้องเดินสาย
เครื่องบันทึกDVRNVRNVR / Cloud / SD Card
ความละเอียดสูงสุด5MP (2560×1944)8MP / 4K (3840×2160)4MP (2560×1440)
จ่ายไฟAdapter แยกPoE (ผ่านสาย LAN)Adapter / แบตเตอรี่
ฟีเจอร์ AIไม่มีมี (ตรวจจับคน, จำใบหน้า)มีบางรุ่น
เสถียรภาพสูงมากสูงมากขึ้นอยู่กับ WiFi
ราคาต่อตัว800-2,500 บาท2,000-8,000 บาท1,500-5,000 บาท
เหมาะกับบ้าน, ร้านค้าเล็กออฟฟิศ, โรงงาน, บ้านระดับสูงห้องเช่า, คอนโด, จุดชั่วคราว

อ่านเพิ่มเติม: IP Camera vs Analog ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

อุปกรณ์ในระบบ CCTV มีอะไรบ้าง?

เมื่อเข้าใจแล้วว่า CCTV คืออะไร มาดูว่าในระบบกล้องวงจรปิด 1 ชุด ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร

1. กล้อง (Camera)

หัวใจของระบบ CCTV คือตัวกล้อง ทำหน้าที่จับภาพเหตุการณ์ กล้องแต่ละตัวมีเลนส์ เซ็นเซอร์รับภาพ และ IR LED (สำหรับถ่ายกลางคืน) อยู่ภายใน กล้องมีให้เลือกหลายรูปทรงและความละเอียด ขึ้นอยู่กับจุดที่ติดตั้งและความต้องการ

2. เครื่องบันทึก (DVR / NVR)

DVR (Digital Video Recorder) ใช้คู่กับกล้อง Analog รับสัญญาณผ่านสาย Coaxial แล้วแปลงเป็นดิจิทัลเพื่อบันทึก ส่วน NVR (Network Video Recorder) ใช้คู่กับ IP Camera รับสัญญาณผ่านระบบเครือข่าย ทั้ง DVR และ NVR มีให้เลือกตั้งแต่ 4, 8, 16 ไปจนถึง 32 ช่อง ตามจำนวนกล้องที่ต้องการ

3. ฮาร์ดดิสก์ (HDD)

HDD ใช้สำหรับเก็บวิดีโอที่กล้องบันทึกไว้ ขนาด HDD จะกำหนดว่าบันทึกได้กี่วัน เช่น HDD 1TB เก็บภาพจากกล้อง 4 ตัว (2MP) ได้ประมาณ 10-14 วัน ส่วน HDD 2TB เก็บได้ 20-30 วัน แนะนำใช้ HDD สำหรับกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ (Surveillance HDD) เช่น WD Purple หรือ Seagate SkyHawk ที่ออกแบบมาให้ทำงาน 24/7

4. สายสัญญาณ

สายสัญญาณเชื่อมกล้องกับเครื่องบันทึก กล้อง Analog ใช้สาย Coaxial (RG6) ส่วน IP Camera ใช้สาย LAN (CAT5e หรือ CAT6) ความยาวสายที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 100 เมตร สำหรับ IP Camera สามารถใช้ PoE Switch ต่อขยายระยะได้

5. จอมอนิเตอร์

จอมอนิเตอร์ใช้แสดงภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ สามารถใช้จอคอมพิวเตอร์ จอทีวี หรือจอมอนิเตอร์เฉพาะทางก็ได้ เชื่อมต่อผ่าน HDMI หรือ VGA กับเครื่องบันทึก ปัจจุบันหลายคนไม่ใช้จอมอนิเตอร์แยกแล้ว เพราะดูผ่านมือถือได้สะดวกกว่า

6. เราเตอร์ / สวิตช์ (Router / PoE Switch)

เราเตอร์ใช้เชื่อมต่อเครื่องบันทึกกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ดูกล้องผ่านมือถือได้ ส่วน PoE Switch ใช้กับระบบ IP Camera ทำหน้าที่ส่งข้อมูลและจ่ายไฟให้กล้องผ่านสาย LAN เส้นเดียว ลดการเดินสายไฟแยก

7. อุปกรณ์เสริม

นอกจากอุปกรณ์หลัก ยังมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ระบบ CCTV ทำงานได้ดีขึ้น เช่น Adapter จ่ายไฟ, ขาตั้งกล้อง, กล่องกันน้ำ, UPS (เครื่องสำรองไฟ) และ ไมโครโฟน สำหรับบันทึกเสียง

ประเภทกล้อง CCTV ตามรูปทรง: Dome, Bullet, PTZ, Fisheye

นอกจากแบ่งตามเทคโนโลยี (Analog/IP/WiFi) แล้ว กล้อง CCTV ยังแบ่งตาม “รูปทรง” ได้อีก ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ถ้าถามว่า CCTV คืออะไรแบบครบวงจร ก็ต้องรู้จักรูปทรงกล้องทั้ง 4 แบบนี้ด้วย

รูปทรงลักษณะจุดเด่นเหมาะกับ
Domeทรงโดม กลมๆ ติดเพดานสวยงาม ดูเรียบร้อย ไม่บอกทิศทางกล้องภายในอาคาร ออฟฟิศ ร้านค้า โรงแรม
Bulletทรงกระบอก ยาวๆ ติดผนังมองเห็นชัดว่าเป็นกล้อง ยิงไกลได้ดี กันน้ำภายนอกอาคาร รั้วบ้าน ลานจอดรถ โรงงาน
PTZหมุนได้ 360 องศา ซูมได้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ซูมไกล ควบคุมระยะไกลพื้นที่กว้าง ลานจอดรถใหญ่ คลังสินค้า
Fisheyeเลนส์ตาปลา มุมกว้าง 180-360 องศา1 ตัวครอบคลุมทั้งห้อง ไม่มีจุดบอดห้องประชุม ล็อบบี้ ร้านสะดวกซื้อ

คำแนะนำ: สำหรับบ้านทั่วไป แนะนำใช้กล้อง Bullet สำหรับภายนอก (รอบรั้ว, หน้าบ้าน) เพราะกันน้ำและเห็นชัดว่าเป็นกล้อง ช่วยยับยั้งผู้ไม่หวังดี และใช้กล้อง Dome สำหรับภายใน (ห้องนั่งเล่น, ทางเดิน) เพราะดูเรียบร้อยสวยงาม

ความละเอียดกล้องวงจรปิด: 2MP ถึง 8MP เลือกยังไง?

ความละเอียดของกล้อง CCTV วัดเป็น ล้านพิกเซล (Megapixel – MP) ยิ่งตัวเลขสูง ภาพยิ่งคมชัด เห็นรายละเอียดได้มากขึ้น แต่ก็กินพื้นที่ HDD มากขึ้นด้วย ถ้าสงสัยว่า CCTV คืออะไรในแง่ความละเอียด มาดูตารางเปรียบเทียบกันครับ

ความละเอียดPixelเห็นรายละเอียดพื้นที่ HDD/วัน/กล้องเหมาะกับ
2MP (1080p)1920×1080เห็นหน้าคนในระยะ 5-8 เมตร15-20 GBบ้าน ร้านค้าเล็ก (พื้นฐาน)
4MP (2K)2560×1440เห็นหน้าคนชัดในระยะ 10-15 เมตร25-35 GBออฟฟิศ ร้านค้า บ้านระดับกลาง
5MP2560×1944เห็นป้ายทะเบียนในระยะ 10-15 เมตร30-40 GBลานจอดรถ โกดัง ทางเข้า-ออก
8MP (4K)3840×2160เห็นรายละเอียดชัดเจนในระยะ 20+ เมตร50-70 GBโรงงาน พื้นที่กว้าง ความปลอดภัยสูง

แนะนำความละเอียดตามการใช้งาน

  • บ้านทั่วไป: 2MP ก็เพียงพอ ราคาประหยัด ภาพชัดในระดับที่ดี
  • ร้านค้า / ออฟฟิศ: แนะนำ 4MP เพื่อเห็นรายละเอียดมากขึ้น เช่น หน้าตาลูกค้า ป้ายทะเบียน
  • โรงงาน / พื้นที่กว้าง: ใช้ 5MP หรือ 8MP เพื่อครอบคลุมพื้นที่กว้างและเห็นรายละเอียดในระยะไกล
  • ทางเข้า-ออก: แนะนำ 5MP ขึ้นไป เพื่อจับป้ายทะเบียนรถได้ชัด

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกความละเอียดเท่าไหร่ แนะนำปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่ Shadjan ให้บริการสำรวจหน้างานฟรี พร้อมแนะนำกล้องที่เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณ

ใช้งาน CCTV จริง: บ้าน ร้านค้า ออฟฟิศ โรงงาน

เมื่อรู้แล้วว่า CCTV คืออะไร มีประเภทอะไรบ้าง มาดูว่าในชีวิตจริง กล้องวงจรปิดใช้ทำอะไรได้บ้าง เหมาะกับสถานที่แบบไหน

1. กล้องวงจรปิดสำหรับบ้าน

กล้องวงจรปิดสำหรับบ้านเป็นการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ช่วยเฝ้าดูรอบบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันขโมย ดูแลผู้สูงอายุและเด็ก ตรวจสอบแม่บ้านหรือช่าง และดูเหตุการณ์ย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุ

แนะนำ: บ้านทั่วไป 2-3 ชั้น ใช้กล้อง 4 ตัว (หน้าบ้าน 1 หลังบ้าน 1 ข้างบ้าน 2) ความละเอียด 2MP ก็เพียงพอ ใช้กล้อง Analog หรือ IP Camera ก็ได้ งบเริ่มต้น 8,900 บาท พร้อมติดตั้ง

2. กล้องวงจรปิดสำหรับร้านค้า

ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ใช้กล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันการลักขโมย ดูพฤติกรรมลูกค้า ตรวจสอบพนักงาน และเก็บหลักฐานเมื่อเกิดข้อพิพาท

แนะนำ: ร้านค้าขนาดเล็ก ใช้ 4-8 ตัว ติดจุดสำคัญ เช่น แคชเชียร์ ทางเข้า-ออก ชั้นวางสินค้า ห้องเก็บของ ใช้กล้อง Dome ภายในร้าน และ Bullet ภายนอกร้าน ความละเอียด 2-4MP

3. กล้องวงจรปิดสำหรับออฟฟิศ

ออฟฟิศใช้กล้องวงจรปิดเพื่อควบคุมการเข้า-ออก ดูแลทรัพย์สินบริษัท ตรวจสอบเวลาเข้า-ออกงานของพนักงาน และเก็บหลักฐานกรณีเกิดเหตุ

แนะนำ: ออฟฟิศขนาดกลาง ใช้ 8-16 ตัว ติดที่ทางเข้า ล็อบบี้ ห้องเซิร์ฟเวอร์ ลานจอดรถ ใช้ IP Camera 4MP พร้อมฟีเจอร์ AI ตรวจจับคนแปลกหน้า

4. กล้องวงจรปิดสำหรับโรงงาน

โรงงาน คลังสินค้า ไซต์ก่อสร้าง ใช้กล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่กว้าง ดูแลความปลอดภัยพนักงาน ป้องกันสินค้าสูญหาย และตรวจสอบกระบวนการผลิต

แนะนำ: โรงงานขนาดกลาง ใช้ 16-32 ตัว ผสมกล้อง Bullet สำหรับภายนอก + PTZ สำหรับพื้นที่กว้าง ใช้ IP Camera 5-8MP พร้อม PoE Switch ระยะไกล

ราคาติดตั้ง CCTV เริ่มต้นเท่าไหร่? แพ็กเกจ Shadjan 2026

คำถามยอดนิยมหลังจากรู้ว่า CCTV คืออะไร ก็คือ “ราคาเท่าไหร่?” มาดูราคาติดตั้งกล้องวงจรปิดจาก Shadjan พร้อมอุปกรณ์ครบชุด

แพ็กเกจจำนวนกล้องความละเอียดอุปกรณ์ที่ได้ราคาเริ่มต้น
Basic4 ตัว2MP (1080p)กล้อง 4 + DVR + HDD 1TB + สาย + อุปกรณ์ครบ8,900 บาท
Standard4 ตัว4MP (2K)กล้อง 4 + NVR + HDD 2TB + PoE + สาย + อุปกรณ์ครบ14,900 บาท
Premium8 ตัว4MP (2K)กล้อง 8 + NVR + HDD 4TB + PoE + สาย + อุปกรณ์ครบ24,900 บาท

ทุกแพ็กเกจรวม:

  • ค่าติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ 15+ ปี
  • สำรวจหน้างานฟรี
  • รับประกัน 3 ปี เครื่องบันทึกและกล้อง
  • ตั้งค่าดูผ่านมือถือให้ฟรี
  • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน

ดูราคาเพิ่มเติม: ราคาติดตั้งกล้องวงจรปิด ทุกแบรนด์ ทุกจำนวน

แบรนด์ที่ Shadjan จำหน่ายและติดตั้ง

Shadjan เป็นตัวแทนจำหน่ายและรับติดตั้งกล้องวงจรปิดแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่:

  • Hikvision — อันดับ 1 ของโลก มีครบทุกรุ่น ตั้งแต่พื้นฐานจนถึง AI
  • Dahua — อันดับ 2 ของโลก คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า
  • Hi-view — แบรนด์ไทย ราคาประหยัด งานพื้นฐาน
  • EZVIZ — กล้อง WiFi จาก Hikvision ติดตั้งง่าย เหมาะบ้าน
  • UNV (Uniview) — แบรนด์จีน คุณภาพดี ราคาย่อมเยา

เลือกยี่ห้อไม่ถูก? อ่าน: กล้องวงจรปิด ยี่ห้อไหนดี? เปรียบเทียบ 5 แบรนด์ 2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CCTV (FAQ)

CCTV คืออะไร ย่อมาจากอะไร?

CCTV ย่อมาจาก Closed-Circuit Television หรือโทรทัศน์วงจรปิด คือระบบกล้องที่ส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังจอมอนิเตอร์และเครื่องบันทึกเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้แพร่สัญญาณแบบสาธารณะ ใช้เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัย บันทึกเหตุการณ์ และดูผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา

กล้อง Analog กับ IP Camera ต่างกันอย่างไร?

กล้อง Analog ส่งสัญญาณผ่านสาย Coaxial ไปยังเครื่องบันทึก DVR ติดตั้งง่ายราคาถูก แต่ความละเอียดจำกัดที่ 2-5MP ส่วน IP Camera ส่งสัญญาณผ่านสาย LAN หรือ WiFi ไปยังเครื่องบันทึก NVR มีความละเอียดสูงกว่า (สูงสุด 8MP/4K) รองรับฟีเจอร์ AI เช่น ตรวจจับคน จำใบหน้า แต่ราคาสูงกว่า

ติดตั้งกล้องวงจรปิดราคาเท่าไหร่?

ราคาติดตั้งกล้องวงจรปิดขึ้นอยู่กับจำนวนกล้องและประเภท สำหรับแพ็กเกจพื้นฐาน 4 ตัว พร้อมเครื่องบันทึกและ HDD เริ่มต้นที่ 8,900 บาท รวมค่าติดตั้งและอุปกรณ์ครบ ที่ Shadjan ผ่อน 0% ได้สูงสุด 10 เดือน พร้อมรับประกัน 3 ปี

ดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือได้ไหม?

ได้ครับ กล้องวงจรปิดยุคปัจจุบันทั้ง Analog และ IP Camera สามารถดูผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเชื่อมต่อเครื่องบันทึกกับอินเทอร์เน็ต แล้วใช้แอป เช่น Hik-Connect (Hikvision) หรือ DMSS (Dahua) ดูภาพสด ย้อนดูวิดีโอ และรับแจ้งเตือนผ่านมือถือ รองรับทั้ง iOS และ Android

มือใหม่ควรเลือกกล้องวงจรปิดแบบไหน?

สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจากกล้อง Analog 2MP หรือ IP Camera 2-4MP ยี่ห้อ Hikvision หรือ Dahua ซึ่งมีคุณภาพดีและราคาเหมาะสม ถ้าเป็นบ้าน 2-3 ชั้น ใช้ 4 ตัวก็เพียงพอ ควรให้ช่างมืออาชีพติดตั้ง เพื่อความเรียบร้อยและรับประกันผลงาน ที่ Shadjan มีแพ็กเกจเริ่มต้น 8,900 บาท พร้อมช่างผู้เชี่ยวชาญ 15+ ปี

สนใจติดตั้งกล้องวงจรปิด? ปรึกษา Shadjan ฟรี!

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า CCTV คืออะไร ทำงานยังไง มีกี่ประเภท ถ้าสนใจติดตั้งกล้องวงจรปิดสำหรับบ้าน ร้านค้า ออฟฟิศ หรือโรงงาน ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ Shadjan พร้อมให้คำปรึกษาและสำรวจหน้างาน ฟรี!

  • แพ็กเกจติดตั้งเริ่มต้น 8,900 บาท (4 ตัว พร้อมอุปกรณ์ครบ)
  • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน
  • รับประกัน 3 ปี เครื่องบันทึกและกล้อง
  • ช่างประสบการณ์ 15+ ปี
  • บริการทั่ว กรุงเทพฯ-ปริมณฑล

โทร: 099-219-4445 | LINE: @shadjan

หรือเยี่ยมชม: บริการติดตั้งกล้องวงจรปิด Shadjan

Icon representing a line